การต่อสู้เพื่ออิสระภาพของอินเดีย
เมื่อท่านยังเยาว์วัยนั้น ท่านศรีมาตาจีอาศัยอยู่กับบิดามารดาของท่านในอาศรมของมหาตมะคานธีคานธี
ได้เล็งเห็นถึงปัญญาและมีความประทับใจเด็กหญิงคนนี้ อย่างล้นเหลือ และเรียกชื่อท่านศรีมาตาจีว่า
นภาลี
ตามความงดงามในใบหน้าของท่านถึงแม้ว่าจะยังอยู่ในวัยที่เป็นเด็ก
ความเข้าใจอันลึกซึ้งของท่านก็เป็นที่ประจักษ์ต่อมหาตมะคานธีผู้ซึ่งได้รับการแนะนำในด้านจิตวิญญาณ จากท่าน ศรีมาตาจี บ่อยครั้ง ท่านศรีมาตาจี ได้เข้าร่วมการกู้อิสราาพ อย่างเห็นได้ชัด ท่านมีความกล้าหาญมากและเป็นผู้นำเยาวชนของสหพันธ์ นี้ ในปี ค.ศ. 1942 ท่านมหาตมะ คานธีประกาศ วิธี"อหิงสา"ท่านศรีมาตาจีได้ถูกจับและถูกจองจำร่วมกับสมาชิกผู้กู้เอกราชคนอื่นๆ
ท่านศรีมาตาจีถือกำเนิดมาพร้อมกับความรู้ในระบบประสาทและศูนย์พลังต่างของมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ์และเพื่อให้ได้ทราบถึงศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ของสิ่งเหล่านี้ท่านจึงเลือกเรียนวิชา การแพทย์ และจิตวิทยา ในวิทยาลัย คริสเตียน ใน ลาโฮ |
 |
กำเนิดสหจะ โยคะ
เพียงไม่นานก่อนการกู้อิสรภาพสำเร็จ ท่านได้สมรส กับ เซอร์ ซี พี ศรีวัสตวา หนึ่งในข้าราชการพลเรือนที่อุทิศตน มากที่สุดคนหนึ่ง
ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น อัศวิน จาก พระบาทสมเด็จ พระราชินีนาถ แห่ง สหราชอาณาจักร ในอินเดียผู้คนเชื่อว่าท่านได้นำโชคลาภมาสู่
สามีของท่าน ซึ่งเป็นกรณีที่เห็นได้ชัด ของท่านเซอร์ ซี พี ศรีวัสตวา ท่านก้าวหน้าในทางราชการอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ท่านเป็นผู้ที่มีความ
ซื่อสัตย์มากที่สุด ท่านได้รับตำแหน่งเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายสมัยของ
 |
ศรี ลาล บาฮาดูร ศาสตรี ในปี 1964-66 ตัวของศาสตรีเองนั้นก็เป็นนายกรัฐมนตรี ในอุดมคติคนหนึ่ง ในประวัติศาสตร์การเมืองของอินเดีย หลังจากนั้น ท่านได้รับเลือกให้เป็น เลขาธิการภาค
พื้นสมุทรองค์การสหประชาชาตินาน ถึง 16 ปี ท่านจึงมีชื่อเสียงจากประวิติศาสตร์อินเดียสู่ประวัติศาสตร์โลก ท่านศรีมาตาจี หลังจากปฏิบัติหน้าที่ต่อครอบครัวของท่านด้วยการให้กำเนิด บุตรสาว 2 คน ท่านจึงก้าวเข้าสู่ภาระกิจของท่าน ถึงแม้ว่าท่านจะทราบดีถึง
ความรู้ทางจิตวิญญาณ แต่ท่านยังไม่ทราบถึงการแสดงความรู้นี้กับผู้คนในยุคปัจจุบัน ท่านได้เรียนรู้ถึงปัญหาของผู้บรรลุถึงจิตวิญญาณคน
ก่อนหน้าท่านด้วย เช่น พระเยซู คริสตร์ โมฮาเม็ด พระพุทธเจ้า และท่านอื่นๆในการประกาศสัจธรรมให้กับประชาชนเมื่อท่าน
ทราบถึงปัญหาในการผชิญหน้ากับปุถุชน ในวันที่ 5 พฤษภาคม ปี 1970 ณ.ชายหาด นาโกล (ประมาณ 150 กิโลเมตรจาก มุมไบ) ประสบการณ์จากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้หลั่งไหลเข้ามาและท่านจึงได้รับคำตอบนั้นในทันที ท่านได้ค้นพบวิธีการ ของการมอบการ
ตระหนักรู้ในตนเองที่คนเป็นพันคน ที่สามารถได้รับการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของตนเอง และเกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน
สหจะ (หมายถึง การเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ )โยคะ( หมายถึง เป็นหนึ่งเดียวกับตัวตนที่แท้จริง)จึงได้เกิดขึ้น |
เผยแพร่สหจะโยคะทั่วโลก
ท่านศรีมาตาจี ได้ทดลองกระตุ้นพลังทางจิตวิญญาณ(ฮินดูเรียกว่า "กุณฑาลินี" มุสลิมเรียก "รูห์" และในคัมภีร์ไบเบิ้ล
ได้อธิบายไว้ ถึงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์) นี้กับผู้คน และประหลาดใจกับผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก
ท่านเริ่มต้นกระตุ้นพลังนี้กับคนใกล้ตัวท่านและสังเกตุความเปลี่ยนแปลง ทั้งทางกายภาพ ความคิด และจิตวิญญาณ ท่านจึงค่อยๆพบว่านี่เป็นเพียงวิธีเดียวที่จะสามารถแก้ไขปัญหาของมนุษยชาติได้ ท่านจึงตัดสินใจที่จะเผยแพร่วิธีการกับ
คนทั่วไปด้วย ท่านทุ่มเท ทั้งเวลา และเงินเพื่อพูดคุยกับผู้คน และมอบกุญแจสู่พลังทางจิตวิญญาณให้พวกเขาเหล่านั้น
และคนเหล่านั้น ก็เริ่มรู้สึกได้ถึงพลังจิตวิญญาณที่อยู่ในตัวพวกเขา ด้วยความรู้สึกถึงสายลมเย็นที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
โดยเฉพาะลมเย็นในฝ่ามือและกระหม่อม ซึ่งค่อนข้างน่าประหลาดใจกับการขึ้นของพลังนี้ ถึงเช่นั้นพวกเขาก็โต้เถียง
และถกเถียงกันเกี่ยวกับพลังนี้ พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธกับสิ่งที่เกิดจากประสบการณ์ของพวกเขาเองได้ ภายใต้การสอน
ของท่านศรีมาตาจี พวกเขาพยายามที่มอบพลังนี้ให้กับคนอื่นๆ ผู้ที่ศรัทธาว่าพลังนี้เป็นประสบการณ์ ที่แท้จริงของจิตวิญญาณ
ที่ได้มีการพยากรณ์เอาไว้ในทุกๆศาสนา
น่าประหลาดใจถึงแม้ว่าจะไม่มีการสนับสนุนทางการเงิน จากใครๆ ท่านศรีมาตาจี ไม่เคยเรียกเก็บเงินจาก ค่าสอน หรือการมอบการตระหนักรู้หรือการเข้าร่วมเป็นสมาชิกในองค์กร
แต่อย่างใด ท่านยืนยันว่า เราไม่สามารถใช้เงินซื้อการรู้แจ้ง
และจนทุกวันนี้ ท่านก็ยังคงประณาม
"คุรุ"ที่ประกาศตัวและมีความประพฤติที่ผิด และเป็นคุรุ ที่แสวงหาแต่เงินจากกระเป๋าคนอื่น มากกว่าการเข้าถึงจิตวิญญาณ
ตั้งแต่ปี 1970 ท่านศรีมาตาจีได้จัดตารางเวลาที่แน่น เพื่อเดินทางทั่วโลกเพื่อสอน เทคนิคของการนั่งสมาธิแบบสหจะโยคะ
ท่านได้สาธิตความสามารถในการปลุกพลังแห่งจิตวิญญาณ ในมนุษย์(กุณฑาลินี) ให้กับประชาชน |
 |
ผู้คนจำนวนมาก โดยปราศจากการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา อายุ หรือสถานะทางสังคมรู้ซึ้งถึงคุณค่าของการสอนของท่าน โดยการก่อตั้งศูนย์สหจะโยคะ ในมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก คนเหล่านี้ใช้ชีวิตเรียบง่าย และเข้าสู่พลังจิตวิญญาณภายในด้วย
การนั่งสมธิแบบสหจะโยคะ ทุกวัน และสามารถเข้าถึงความสมดุลย์ ในชีวิต ทั้างทางร่างกาย อารมณ์ ความคิด และระดับของจิตวิญญาณ
พวกเขาเข้าใจดารรวมทุกศาสนา และวิถีทางแห่งจิตวิญญาณ ไม่ใช่แค่ในระดับของความคิด แต่สื่อโดยตรงจากประสบการณ์ที่ชัดจน
ในระบบศูนย์พลัง หลายพันปีก่อนมีการพยากรณ์เอาไว้ว่าจะมีการผลิบานทางจิตวิญญาณเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เป็นวิกฤตินี้ ผู้แสวงหาสัจธรรมเป็นพันๆคนจะได้พบกับประสบการณ์ในการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของตนเอง